|
ฮอนด้าเปิดตัว แจ๊ซ ใหม่ เพิ่มความสวยโฉบเฉี่ยวแบบรถสปอร์ต
28 กุมภาพันธ์ 2549

ฮอนด้าเปิดตัว แจ๊ซ ใหม่ เพิ่มความสวยโฉบเฉี่ยวแบบรถสปอร์ต
ปรับรูปโฉมใหม่ให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมไฟท้าย LED ใหม่
รถยนต์รุ่นขายดีที่สุดของฮอนด้ามุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มรถขนาด ซับคอมแพ็คท์ 5 ประตู
กรุงเทพฯ (28 กุมภาพันธ์ 2549) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์นั่งอันดับสองของประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ขายดีที่สุดคือฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ โดยฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่นี้ได้รับการออกแบบทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้ดูโฉบเฉี่ยวแบบรถสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมไฟท้าย LED (light emitting diode) ใหม่ และโคมไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถ
มร. ฮิโรชิ โทดะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ราคาของรถฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ ยังรักษาระดับให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเริ่มต้นเพียง 539,000 บาทเท่านั้น เพื่อเป็นการย้ำว่าฮอนด้า แจ๊ซให้ความคุ้มค่าสูงสุดในกลุ่มรถขนาดซับคอมแพ็คท์ 5 ประตู
มร. ฮิโรชิ โทดะ กล่าวว่า คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของฮอนด้า แจ๊ซ คือ การผสมผสานกันระหว่างคุณภาพ ความคุ้มค่าสูงสุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน และความสวยมีสไตล์ ซึ่งฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่มีการออกแบบที่ย้ำความแข็งแกร่งของคุณลักษณะทั้งสามนี้ ฮอนด้า แจ๊ซ ได้สร้างตลาดรถขนาดซับคอมแพ็คท์ 5 ประตูให้กับฮอนด้า และเชื่อมั่นว่าจะทำให้สถานะของรถยนต์ฮอนด้าในกลุ่มนี้แข็งแกร่งขึ้นด้วยการทำยอดจำหน่ายให้ได้ถึงประมาณ 18,000 คันในปีนี้
รถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ ได้สร้างปรากฎการณ์กับตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเมื่อเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2546 โดยมียอดจำหน่ายสูงกว่ารถยนต์ใหม่ทุกรุ่นที่ฮอนด้าเคยเปิดตัวมาในประเทศไทย ด้วยยอดสั่งจองกว่า 10,000 คันภายใน 2 เดือนแรกของการเปิดตัว
มร. โทดะ กล่าวว่าฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่มี สีเหลือง เฮลิออส ให้เป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเป็นสีพรีเมี่ยมใหม่ที่จะทำให้ฮอนด้า แจ๊ซ น่าดึงดูดใจยิ่งขึ้นสำหรับกลุ่มคนรักความทันสมัยที่มองหารถยนต์คุณภาพและราคาไม่แพง ในเวลาเดียวกันก็เป็นรถยนต์ทันสมัยสำหรับคนหนุ่มสาว และยังได้เพิ่มคุณลักษณะต่างๆ สำหรับรุ่นท็อปเพื่อเน้นความเป็นรถยนต์คุณภาพ ได้แก่ กุญแจรีโมท มาตรวัด- เรืองแสง กระจกข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า รวมทั้งไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง
ฮอนด้า แจ๊ซ เป็นรถขนาดซับคอมแพ็คท์ 5 ประตูที่ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ โดยในรถรุ่นใหม่นี้ได้เพิ่มวงจรแยกน้ำมัน (oil-separating circuit) ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น มร. โทดะ กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้าจัดเตรียมงบประมาณ 50 ล้านบาทสำหรับแผนงานการตลาดของฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนหนุ่มสาวอายุระหว่าง 20-25 ปี ว่า ฮอนด้า แจ๊ซ คือ รถขนาดซับคอมแพ็คท์ที่มีคุณภาพและสวยโฉบเฉี่ยวแบบรถสปอร์ตที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุด
ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่มีให้เลือกถึง 6 สี ใน 3 รุ่นหลัก และเครื่องยนต์ 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ VTEC 1.5 ลิตร 110 แรงม้า และเครื่องยนต์ i-DSI 1.5 ลิตร 88 แรงม้า ทั้งแบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ
พบกับรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ ได้ภายในงาน Make The Move ณ สยาม ดิสคอฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2549 และที่โชว์รูมฮอนด้าทุกแห่ง โดยในระหว่างวันที่ 3 มีนาคมถึง 2 เมษายนนี้ จะมีการจัดคาราวาน Make The Move แวะเวียนไปกว่า 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเปิดตัวรถฮอนด้า แจ๊ซใหม่ออกสู่สาธารณชนทั่วประเทศ
มร. โทดะ กล่าวต่อว่า รถยนต์รุ่นอื่นๆ ของฮอนด้าที่เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ก็ทำสถิติการจำหน่ายได้ดี โดยรถรุ่นใหม่ๆ นี้ มีแนวคิดที่ใกล้เคียงกันคือรูปโฉมแบบรถสปอร์ตและสมรรถนะเป็นเลิศ
ตั้งแต่เปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วจนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2549
ฮอนด้า ซิตี้ ซีร์เอ็กซ์ มียอดจำหน่ายถึง 12,000 คัน ทำให้ฮอนด้ามีส่วนแบ่งตลาดรถขนาดซับคอมแพ็คท์เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากร้อยละ 10 ในเดือนกรกฎาคม 2548 เป็นร้อยละ 18 ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา
สำหรับฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 ได้ทำสถิติด้วยยอดสั่งจองรถกว่า 12,000 คันภายในเวลาเพียงสองเดือนเศษ ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายฮอนด้า ซีวิค ที่ตั้งเป้าไว้สำหรับทั้งปี มร. โทดะกล่าว
ในปีที่ผ่านมา กลุ่มรถขนาดซับคอมแพ็คท์มียอดจำหน่าย 86,338 คัน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 46) ของยอดจำหน่ายรวมรถยนต์นั่งในตลาดประเทศไทยคือ 188,210 คัน
กลุ่มรถขนาดซับคอมแพ็คท์ 5 ประตู ประกอบด้วย ฮอนด้า แจ๊ซ มีส่วนแบ่งร้อยละ 24 และโตโยต้า อแวนซา (ร้อยละ 3) รวมทั้งยาริสที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ และตลาดกลุ่มนี้ยังรวมถึงรถขนาดซับคอมแพ็คท์ประเภทซีดาน ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ ซีร์เอ็กซ์ (ร้อยละ 18) และโตโยต้า วีออส (ร้อยละ 55)
ตลาดรถยนต์นั่งในเดือนมกราคม 2549 มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 12,342 คัน
ฮอนด้าได้ตั้งบริษัทจัดจำหน่ายขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2526 และตั้งบริษัทผลิตเมื่อปี 2527 ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้ได้ผนวกรวมกันเป็นบริษัทเดียว คือ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี 2543
โรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ของฮอนด้า ออโตโมบิล ตั้งอยู่ ณ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีกำลังการผลิต 120,000 คันต่อปี และเป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของฮอนด้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2548 ฮอนด้าได้ส่งออกรถยนต์นั่งสำเร็จรูป (CBU) กว่า 45,000 คัน ทำรายได้จากการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์กว่า 40,000 ล้านบาท
ฮอนด้าได้มีส่วนร่วมในการสร้างงานในประเทศไทย ทั้งพนักงาน เครือข่ายผู้จำหน่ายและผู้ผลิต-ชิ้นส่วนมากกว่า 80,000 งาน
|