ฮอนด้าเปิดตัว แอคคอร์ด ใหม่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 27
• แอคคอร์ดโฉมใหม่เพิ่มความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น พร้อมภายในที่หรูหราลงตัว
• เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรทรงพลังด้วยแรงม้าที่เพิ่มขึ้น
• ตั้งเป้ายอดจำหน่ายที่ 4,000 คัน
กรุงเทพฯ (17 มีนาคม 2549) -- บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ( ประเทศไทย ) จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์นั่งอันดับสองของประเทศไทย จะเปิดตัวฮอนด้า แอคคอร์ด โฉ ม ใหม่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 27 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม - 2 เมษายน 2549 นี้
มร . ฮิโรชิ โทดะ ประธาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ( ประเทศไทย ) กล่าวว่า แอคคอร์ด ซึ่งเป็นรถธงของฮอนด้า ในประเทศไทย ได้รับ การออกแบบทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้ดูสปอร์ตและหรูหราที่สุด พร้อมด้วยภายในห้องโดยสาร ที่โอ่อ่าดู มีระดับ โดยมาพร้อมกับ เทคโนโลยีล้ำหน้า ที่ให้สุนทรียภาพในการขับขี่และสมรรถนะที่เป็นเลิศ ฮอนด้า แอคคอร์ด มีกระจังหน้า กันชนท้ายและไฟท้ายดีไซน์ใหม่ รับกับล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว ที่ให้รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีไฟท้ายแบบ LED (light emitting diode) ใหม่ เช่นเดียวกับไฟเบรกดวงที่ 3 ซึ่งได้รับการติดตั้งเข้ากับฝากระโปรงท้าย ทำให้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
เราได้ ให้ความสำคัญอย่างมากกับ การตกแต่งภายใน เพื่อให้แอคคอร์ด ใหม่ มีความหรูหราและสปอร์ตมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ยังคงไว้ซึ่งราคาที่คุ้มค่าในราคา เริ่มต้นที่ 1,248,000 บาท เท่า นั้น มร . โทดะกล่าว พร้อมอธิบาย ถึงการตกแต่งใหม่เช่น มาตรวัดเรืองแสง ไฟส่องสว่างใต้คอนโซลหน้าและภายใน ห้องโดยสารได้รับการออกแบบด้วยโทนสีดำตกแต่งด้วยแผงควบคุมเมทัลลิกอย่างลงตัว ที่ เพิ่มความเป็นสปอร์ตซีดานหรูเหนือระดับแก่ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ นอกจากนี้ รุ่น 2.4 EL และ 3.0 V6 ยังมาพร้อม กับระบบเสียงใหม่แบบ Premium Audio System พร้อมเครื่องเล่นซีดีแบบ 6 แผ่นในด้านของพลัง เ ครื่องยนต์ 2.4 ลิตรก็มีแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 170 แรงม้า ซึ่ง เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 10 แรงม้า
มร . โทดะกล่าว เพิ่มเติมว่า นอกจากสมรรถนะในการขับขี่และความหรูหราที่โดดเด่นยิ่งขึ้นแล้ว เรายังได้เพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยแก่ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ อีกด้วย โดยออกแบบไฟถอยหลังให้มีขนาดใหญ่ กระจายแสงได้ดีกว่าเดิมเพื่อให้ความสว่างและความปลอดภัยขณะขับถอยหลัง นอกจากนี้ ในรุ่น 3.0 ลิตร V6 และ รุ่น 2.4 EL ยังมีเทคโนโลยีล้ำหน้าคือ ระบบควบคุมลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ (DBW) และ ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA) อีกด้วย
ระบบ DBW เป็นระบบควบคุมการเปิดปิดลิ้นวาล์ว ที่ทำ ให้เครื่องยนต์สามารถตอบสนองได้แม่นยำยิ่งขึ้นและทำให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้น ขณะที่ระบบ VSA ช่วยควบคุมรถในขณะเข้าโค้ง ลดปัญหา การวิ่งมุดโค้งหรือการวิ่งหลุดโค้ง โดยเพิ่มแรงดันเบรกของล้อรถด้านนอกหรือเพิ่มแรงดันเบรกของ ล้อด้านใน ในขณะเดียวกันกำลังของเครื่องยนต์จะลดลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะขับบนทางโค้งหรือถนนลื่น
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ผู้จัดการทั่วไปส่วนงานบริหารธุรกิจและการตลาดของฮอนด้า ออโตโมบิล ( ประเทศไทย ) กล่าวว่า ฮอนด้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายแอคคอร์ด ใหม่ ไว้ที่ 4,000 คัน ภายในปี แรก
เราใช้ งบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทสำหรับกิจกรรมด้านการตลาด โดย มุ่งเน้นกลุ่ม เป้าหมายที่ คน วัยทำงาน อายุระหว่าง 25-35 ปี ทั้งชายและหญิง โดย ชู ภาพลักษณ์ ความเป็น Sporty Premium Sedan' ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีสี่รุ่นให้เลือก โดยจะเป็น เครื่องยนต์ i-VTEC สาม รุ่นและเครื่องยนต์ VTEC หนึ่งรุ่น ในแบบเกียร์อัตโนมัติ ราคา สำหรับแต่ละรุ่นมีต่างกัน ดังนี้
ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.0 E 150 แรงม้า ราคา 1,248,000 บาท
ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.4 E 170 แรงม้า ราคา 1,373,000 บาท
ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.4 EL 170 แรงม้า ราคา 1,473,000 บาท
ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 3.0 V6 220 แรงม้า ราคา 1,648,000 บาท
ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ จะจัดแสดงให้ชมภายในงานบางกอก อินเตอร์เน ชั่ นแนล มอเต อร์ โชว์ ซึ่งจะมีขึ้น ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึง 2 เมษายน ศกนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค รวมทั้ง ที่โชว์รูม รถยนต์ฮอนด้าทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ศกนี้เป็นต้นไป
ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งรวมระหว่างเดือนมกราคม ถึง ธันวาคม 2548 อยู่ที่ 188,210 คัน ส่วนตลาด รถยนต์นั่งขนาดกลางซึ่งเป็นตลาดของฮอนด้า แอคคอร์ดนั้นมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 8.1 ของตลาดรถยนต์นั่งโดยรวมหรือประมาณ 1 5,000 คัน
ปัจจุบัน ผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางมีสามรายประกอบด้วย ฮอนด้า แอคคอร์ด มีส่วนแบ่ง ร้อยละ 24 โตโยต้า คัม รี มีส่วนแบ่งร้อยละ 35 และนิสสัน เทียนา มีส่วนแบ่งร้อยละ 24 ตลาดรถยนต์นั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 มียอดการจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 14,311 คัน
โรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ของฮอนด้า ออโตโมบิล ตั้งอยู่ ณ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีกำลังการผลิต 120,000 คันต่อปี และเป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของฮอนด้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2548 ฮอนด้าได้ส่งออกรถยนต์นั่งสำเร็จรูป (CBU) กว่า 45,000 คัน ทำรายได้จากการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์กว่า 40,000 ล้านบาท ฮอนด้าได้มีส่วนร่วมในการสร้างงานในประเทศไทย ทั้งพนักงาน เครือข่ายผู้จำหน่ายและผู้ผลิต-ชิ้นส่วนมากกว่า 80,000 งาน |