งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ที่กำลังจะเริ่มขึ้นช่วงปลายปีคาดว่าจะมีรถรุ่นใหม่มาใช้เวทีนี้ในการเปิดตัวเรียกยอดขายกันไม่น้อย และหนึ่งในนั้นก็คือ ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นใหม่ (โมเดลเชนจ์) และเพื่อเป็นการจุดกระแส ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเมืองไทย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเชิญสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งไปทดลองขับ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ กันก่อนถึงประเทศญี่ปุ่น
เจาะซีอาร์-วี เวอร์ชั่นญี่ปุ่น
ฮอนด้าเปิดตัว ซีอาร์-วี ใหม่ ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อ วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ด้วยเครื่องยนต์แบบเดียวคือเบนซิน 2.4 ลิตร แต่มีระบบขับเคลื่อนให้เลือก 2 แบบคือ ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) โดยแบ่งเป็นรุ่นย่อยทั้งหมด 5 รุ่น (ZXi, ZX, X, ZLi ,ZL)
มิติของตัวถังยาว 4.52 เมตร กว้าง 1.82 เมตร สูง 1.69 เมตร ส่วนระดับความสูงจากพื้นถึงจุดต่ำสุดของตัวถัง 185 มม. เตี้ยลงกว่ารุ่นเดิม ฐานล้อยาว 2,620 มม.เท่ากับรุ่นที่แล้ว กว้าง1,565 มม. กว้างขึ้น 30 มม. น้ำหนัก 1,480-1,560 กก. หนักขึ้นประมาณ 40 กก.
เครื่องยนต์ที่ประจำการอยู่ในเจ้าซีอาร์-วี เป็นรหัส K24A ปริมาตรความจุ 2,354 ซีซี แบบ 4 สูบ DOHC i-VTEC พร้อมระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า (Drive-by-Wire) ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบ/นาที ส่วนระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Real Time รุ่นใหม่ จะส่งกำลังทั้งหมดไปที่ล้อหน้าเป็นหลัก ภายใต้สภาพการขับขี่แบบปรกติ และกระจายไปสู่ล้อหลังก็ต่อเมื่อระบบตรวจพบว่ามีความจำเป็นที่จะต้องขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ เช่นถนนเปียกลื่น ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบ แม็กเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบ รีแอคทีฟ ลิงค์ ดับเบิลวิชโบน พร้อมเปลี่ยนการออกแบบระบบช่วงล่างจากรูปทรง A เป็นทรง L
ส่วนระบบความปลอดภัย นอกจากถุงลมคู่หน้าแบบ SRS ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น ยังมีม่านถุงลมที่ติดตั้งควบคู่กับถุงลมด้านข้างหรือ i-Side Airbag เป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษ พร้อมด้วยมาตรฐานอย่างระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก(BA)
อัตราการบริโภคน้ำมัน 11.6 กม./ลิตร ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และ 12.2 กม./ลิตรในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ตามมาตรฐานการวัดของญี่ปุ่นซึ่งจะไม่เหมือนกับมาตรฐานการวัดของเมืองไทย รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 เมตร ขนาดยาง 225/60R18 ล้อแม็ก 18 นิ้ว ในทุกรุ่น และ225/65R17 เฉพาะรุ่น X
ฮอนด้าตั้งราคาจำหน่ายของซีอาร์-วี ในประเทศญี่ปุ่นไว้ที่ 2,467,500 เยน -3,234,000 เยน หรือประมาณ 740,250-970,200 บาท (คิดอัตราแลกเปลี่ยน 100 เยนต่อ 30 บาท)
สัมผัสแรกกับคันจริง
ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นคันจริงของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ต้องบอกว่า สึโค่ย คิเรเนะ หรือแปลเป็นไทยว่า ว้าว มันสวยจริงๆ รูปทรงภายนอกออกแบบใหม่หมด กระจังหน้าดูดุดันมากขึ้น (ต่างจากในที่เห็นในรูปอย่างแน่นอน เนื่องจากมิติของรถที่มีส่วนเว้าส่วนลึก และมุมของกล้อง ทำให้รูปของรถไม่เหมือนคันจริง)
ซึ่งแน่นอนว่าความสวยเป็นเรื่องนานาจิตตัง แล้วแต่ใครจะคิด สำหรับสื่อมวลชนที่ร่วมขับครั้งนี้ก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน บางท่านบอกว่าหน้าตาเหมือน ออดี้ คิว7 หรือ วอลโว่ เอ็กซี 90 ย่อส่วนบ้าง แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันก็คือ รูปร่างโดยรวมของรถดูลงตัวและปราดเปรียวมากขึ้น
เมื่อดูถึงรายละเอียดจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ก็คือตัวถังที่ถูกออกแบบให้ต่ำลง กันชนด้านหน้าและท้ายยาวขึ้น ฐานล้อจากซ้าย-ขวามีขนาดกว้างจากรุ่นเดิม 35 ซม. ระบบช่วงล่างถูกออกแบบใหม่จากทรง A มาเป็นแบบทรง L เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในการรับน้ำหนักและการทรงตัว
แชสซีออกแบบใหม่เสริมคานเหล็กเพื่อรับแรงกระแทกจากการชนด้านหน้า, ตัวถังใช้เหล็กชนิดเหนียวพิเศษมากกว่าเดิม 58% ,ย้ายที่เก็บยางอะไหล่จากท้ายรถมาอยู่ใต้ท้องรถ , เปลี่ยนตำแหน่งของเกียร์จากที่บริเวณคอพวงมาลัยมาอยู่ที่ตรงกลางของคอนโซลหน้า
ประตูได้รับการเพิ่มยางกันกระแทกเป็นแบบ 2 ชั้น พร้อมเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร ซึ่งฮอนด้าทดสอบแล้วพบว่าสามารถลดเสียงดังรบกวนลงจากรุ่นเดิม 3 เดซิเบล นอกจากนั้นยังเพิ่มที่เก็บแว่นและช่องเก็บของจุกจิก
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกประการของเจ้า ซีอาร์-วี ใหม่ก็คือ การปรับจำนวนที่นั่งจาก 7 ที่นั่งในรุ่นที่สองให้เหลือเพียง 5 ที่นั่งเหมือนดังเช่นรุ่นแรก โดยที่ด้านท้ายมีแผ่นปิดท้ายรถเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งจะมีอรรถประโยชน์เป็นอย่างมากในการเก็บของท้ายรถ เนื่องจากเมื่อเปิดกระโปรงท้ายรถ เราก็จะพบกับชั้นวางของ 2 ชั้น (Double Shelf Cargo)
นอกจากนั้น กระโปรงท้ายยังเปลี่ยนมาเปิดในแนวตั้งจากเดิมที่เป็นการเปิดในแนวนอน สำหรับสาเหตุก็เนื่องจากยางอะไหล่ถูกนำไปเก็บใต้ท้องรถแล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดฝาท้ายในแนวนอนอีกต่อไป เบาะยังคงนั่งสบายเหมือนเดิม มือจับประตูด้านในออกแบบใหม่รูปทรงคล้ายก้านสูบของเครื่องยนต์
อุปกรณ์พิเศษที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างซึ่งจะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ นั่นก็คือ ปริซึ่ม (Prism) ที่ถูกติดตั้งไว้ใต้กระจกมองข้างซ้าย เพื่อช่วยมองดูขอบถนนด้านซ้ายขณะจอดรถ ถือเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ได้รับการใส่ใจอย่างดีเยี่ยม
ลองขับบนถนนแดนปลาดิบ
สำหรับการทดลองขับในวันนั้น ทางทีมงานของฮอนด้า ญี่ปุ่น กำหนดให้เราแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ4 คนผลัดกันขับ-นั่ง 3 รอบโดยขับเป็นระยะทางรอบละประมาณ 35 กม. รอบแรกเราเป็นผู้โดยสาร รอบสองเป็นผู้ขับ และรอบสามอยู่ที่จุดพักเพื่อถ่ายรูป ซึ่งมีทีมงานดูแลประจำที่รถทุกคัน
รอบแรก เราเป็นผู้โดยสาร มีผู้ขับเป็นคุณวิโรจน์ ธัญญหาร จากคม ชัด ลึก ความรู้สึกของการเป็นผู้โดยสารขณะออกตัวค่อนข้างสบาย ไม่มีอาการกระชากแม้จะเป็นการเลี้ยวโค้งเพื่อขึ้นเขา สำหรับความเร็วที่ใช้บนถนนหลักจะอยู่ประมาณ 50-60 กม./ชม. เนื่องจากกฎหมายของญี่ปุ่นกำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. และญี่ปุ่นเคร่งครัดกฎหมายมาก เนื่องจากมีกล้องตรวจจับอยู่เป็นระยะ ซึ่งเราไม่ทราบว่าอยู่ที่ใดบ้าง ดังนั้นสื่อมวลชนหลายท่านจึงออกอาการ วัยรุ่นเซ็ง ไปตามๆ กัน
รอบสองเรามีโอกาสเป็นผู้ขับ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือการเหยียบคันเร่งที่ต้องใช้น้ำหนักมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม การตอบสนองเป็นไปอย่างนิ่มนวล ส่วนเกียร์อัตโนมัติเป็นแบบ 5 สปีด มีการปรับเปลี่ยนนุ่มนวลไม่มีอาการกระตุกหรือสะดุดให้รู้สึกแต่อย่างใด การขับขี่เส้นทางส่วนใหญ่ในช่วงแรกจะเป็นการเลี้ยวโค้งขึ้น-ลงภูเขาตลอด ทำให้ทราบว่าการทำงานของพวงมาลัยมีความแม่นยำ รวมถึงรู้สึกได้ถึงช่วงล่างที่เกาะถนนมากขึ้น ไม่ออกอาการโยนให้เห็น
แม้ว่าจะปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด แต่ก็มีช่วงระยะทางหนึ่งของการทดสอบที่สามารถใช้ความเร็วสูงได้ ซึ่งเราก็ไม่พลาดและใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที เข็มไมล์ของเจ้าซีอาร์-วีก็มาอยู่ที่ความเร็ว 120 กม./ชม.แบบสบาย สบาย ก่อนจะผ่อนคันเร่งเมื่อถึงด่านชำระเงินค่าผ่านทาง
จากนั้นก็ขับประคองความเร็วที่ 60 กม./ชม. จนถึงจุดพักรถ จึงเปลี่ยนผู้ขับเป็นคนที่สาม ซึ่งรอบนี้ตามกำหนดจะต้องอยู่เพื่อถ่ายรูป แต่เนื่องจากเราเห็นว่ายังสัมผัสเจ้าซีอาร์-วี ใหม่ ไม่หนำใจ จึงขอนั่งไปด้วยอีกครั้ง แม้จะนั่งเป็นรอบสองแล้ว แต่ก็ไม่มีอาการเวียนหัว อาจจะเป็นผลมาประสิทธิภาพโดยรวมของรถดีขึ้นประกอบกับการขับที่ความเร็วไม่สูงมากนัก เนื่องจากปรกติการขับขึ้นลงเขาแบบโค้งไปโค้งมา ถ้าเราเป็นผู้โดยสารมีทางเดียวที่จะไม่เวียนหัวคือ ต้องหลับ เท่านั้น
เปรียบเทียบกับรุ่นเดิม
ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เมื่อเทียบประสิทธิภาพกับรุ่นที่แล้ว มีหลายอย่างที่ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา จากคำบอกเล่าของวิศวกรฮอนด้า เจ้าซีอาร์-วีใหม่ จะลู่ลมมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม 10% (แต่ฮอนด้าขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ)
ด้านการขับขี่หลังจากทดลองขับตัวเก่า (ก่อนเดินทาง ฮอนด้า ได้นำซีอาร์-วี โฉมปี 2005 เครื่องยนต์ 2.4 มาให้ทดลองเป็นเวลา 5 วัน เพื่อทบทวนฟิลลิ่งในการขับขี่ของรุ่นเดิม) พบว่าการตอบสนองของคันเร่งเจ้า ซีอาร์-วี ใหม่ มีน้ำหนักมากกว่ารุ่นที่แล้ว และการคิกดาวน์จะยากกว่ารุ่นเก่า ซึ่งผลจากตรงนี้ทำให้อัตราการบริโภคน้ำมันของรุ่นใหม่น้อยกว่ารุ่นเก่า นอกจากนี้ ซีอาร์-วีใหม่ มีการขยายถังน้ำมันให้ใหญ่ขึ้นเป็น 58 ลิตร ทำให้ไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อย
ขณะที่การเกาะถนนดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการปรับช่วงล่างใหม่ แถมยังมีการย้ายตำแหน่งเกียร์มาอยู่ตรงกลางคอนโซลช่วยลดความสับสนในการหาเกียร์ไม่เจอได้บ้าง ส่วนการลดจำนวนที่นั่งให้เหลือ 5 ที่นั่งถือว่าเป็นเรื่องเหมาะสมกับการใช้งานจริงของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของซีอาร์- วี
จับตาเวอร์ชั่นไทย
สำหรับซีอาร์-วี เวอร์ชั่นไทย จะแตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นประมาณ 10-15% อาทิเช่น ขนาดของล้อแม็กซึ่งญี่ปุ่นใช้ขนาด 18 นิ้วในทุกรุ่น และ 17 นิ้วสำหรับรุ่นประหยัด ส่วนเวอร์ชั่นไทย น่าจะมีขนาด 17 นิ้ว เป็นมาตรฐาน
ส่วนเรื่องจำนวนรุ่น, สี และอุปกรณ์คงจะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่เครื่องยนต์คงจะเป็นรุ่นเดียวกับของญี่ปุ่น ที่สำคัญในเมืองไทยจะมีรุ่น 2000 ซีซี มาเสริมทัพอีกหนึ่งรุ่น นอกเหนือจาก 2400 ซีซี
เก็บตกโมเดลร้อนปีนี้
- ชื่อรุ่น CR-V ย่อมาจากคำว่า Comfortable Runabout Vehicle หมายถึง ยานพาหนะที่ไปได้ทุกสถานที่ด้วยความสบาย รุ่นแรกจำหน่ายระหว่างปี 1995-2001 และรุ่นสองจำหน่ายระหว่างปี 2001-2006 ด้วยจำนวนรวมมากกว่า 2.5 ล้านคันใน 160 ประเทศทั่วโลก
- สัดส่วนของลูกค้าซีอาร์-วีทั่วโลก เป็นชาย 55% เป็นหญิง 45% และมีครอบครัวแล้วถึง 60% กลุ่มเป้าหมายของลูกค้าทั่วโลกส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของกิจการ และผู้บริหารรุ่นใหม่
- ซีอาร์-วี ถูกสร้างมาจากพื้นฐานของรถยนต์นั่ง (ซีดาน) โดยตั้งธงในการพัฒนาไว้ว่า SUV เป็นรถขับขี่ง่ายเหมือนรถซีดาน ดังนั้นความรู้สึกในการขับจึงแตกต่างจากรถ SUV ขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไป- ซีอาร์-วี ใหม่ ถูกพัฒนาในประเทศญี่ปุ่นโดยใช้โปรแกรมจำลองสภาพการใช้งานจริงของภูมิประเทศทั่วโลก ในการวิจัยและทดสอบ ก่อนผลิตขึ้นจำหน่ายจริง
- เครื่องยนต์สำหรับซีอาร์-วี โมเดล 2007 มีทั้งหมด 3 ขนาด คือ เบนซิน 2000 ซีซี กับ 2400 ซีซี ซึ่งจะมีจำหน่ายทั่วโลก และแบบดีเซล ขนาด 2200 ซีซี จำหน่ายเฉพาะยุโรป
- First Innovation ที่ฮอนด้านำมาใส่ไว้ในซีอาร์-วี ใหม่ มีอยู่ 2 สิ่งคือ ชั้นวางของท้ายรถ 2 ชั้น (Double Shelf Cargo) และ กระจก ปริซึม (Prism) ช่วยจอด
|